Get Adobe Flash player




"เศรษฐกิจพอเพียง" เป็น "ปรัชญา" ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ได้พระราชทาน  เพื่อชี้แนะ แนวทางการดำเนินชีวิต และปฏิบัติตนให้แก่ประชาชนทุกระดับทุกสาขาวิชาชีพ นับตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๑๗ เป็นต้นมา โดยพระองค์ทรงห่วงใยต่อสถานการณ์และปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น และส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตอยู่ของคนไทย และสังคมไทยในยุคโลกาภิวัตน์ จนกระทั่งเข้าสู่ห้วงเวลา ที่ประเทศประสบวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ในปี พ.ศ. ๒๕๔๐ และภายหลังจากปัญหาวิกฤต พระองค์พระราชทานแนวทางแก้ไขปัญหา เพื่อให้รอดพ้นและสามารถดำรงอยู่ได้ภายใต้ กระแสการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ทรงเตือนทุกฝ่ายให้รู้จักคำว่า "พอเพียง" อย่าทำอะไรเกินตัว ทำอะไรต้องควรรอบคอบไม่ ประมาท ดำรงชีวิตอย่างสมถะและสามัคคี ซึ่งจะนำพาตนเอง และประเทศชาติให้รอดพ้นภาวะวิกฤตต่างๆและนำไปสู่ความสุขได้ "เศรษฐกิจพอเพียง" เป็นปรัชญาแนวคิดที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของวิถีไทยทั้งในด้านการพัฒนา และการบริหาร ให้ดำเนิน ไปบน "ทางสายกลาง" โดยผู้ปฏิบัติจะต้องมีคุณลักษณะที่เป็นฐานรากคือ มีความรู้ทั้งในด้านความรอบรู้ รอบคอบและความ ระมัดระวัง และเป็นคนดีมีคุณธรรม ได้แก่ความซื่อสัตย์สุจริต การมีสติปัญญาและความเพียร โดยมีวิธีปฏิบัติที่สำคัญ ๓ ประการ คือความพอประมาณ การมีเหตุผลและการสร้างระบบภูมิคุ้มกันในตัวเอง ซึ่งนำไปสู่เป้าหมายเพื่อให้สามารถดำรงอยู่ ได้อย่างมั่นคง รอดพ้นจากวิกฤตและรองรับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ สำหรับแนวพระราชดำริของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริครั้งแรก ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่นิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อวันที่ ๑๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๗ และต่อมาทรงอธิบายและเน้นย้ำอีกหลายครั้ง [http://www.rdpb.go.th/rdpb/visit/philosophy_of_sufficiency_economy.html]


โครงการเดินตามรอยเท้าพ่อ มณฑลทหารบกที่ ๓๒ 


ความเป็นมาและความสำคัญ

จากสถานการณ์ของโลกในปัจจุบันที่มีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบต่อประเทศและประชากรในประเทศต่างๆอย่างรุนแรงทั้งในด้านสังคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ ซึ่งประเทศไทยก็เป็นอีกหนึ่งประเทศ ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจซบเซา กองทัพบกตระหนักถึงกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก อันส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อกำลังพลของกองทัพบก การดูแลสวัสดิการกำลังพลชั้นผู้น้อยจึงถือเป็นนโยบายเร่งด่วน ของผู้บัญชาการทหารบก  เพื่อมุ่งสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี   และกำลังใจที่เข้มแข็งของกำลังพล    นั้นก็เพื่อผลการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลที่ดีของกองทัพบก

          เพื่อเป็นการปฏิบัติตามนโยบายของกองทัพบก และอุดมการณ์ทำงานของแม่ทัพภาคที่ ๓  ในการดูแลสวัสดิการและพัฒนาคุณภาพชีวิตกำลังพลชั้นผู้น้อย    ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่รอดได้ภายใต้สภาวะสังคมในปัจจุบันที่เต็มไปด้วยกระแสวัตถุนิยม และความฟุ่มเฟือย ฟุ้งเฟ้อ จนกลายเป็นปัญหา โดยเฉพาะปัญหาหนี้สินที่ไม่มีวันจบสิ้น มณฑลทหารบกที่ ๓๒ จึงได้น้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทาน ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาปรับใช้เป็นกรอบแนวคิดแก่กำลังพลภายในหน่วย ให้เกิดการตระหนักรู้ถึงการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง ด้วยการพึ่งตนเอง รู้จักความพอประมาณ และไม่ประมาท  ความพอมีพอกิน พอมีพอใช้ คำนึงถึงหลักเหตุผลและการประมาณตนเอง " ความพอดี  พอควร ก็พอเพียง "  โดยเน้นให้กำลังพลปฏิบัติจริงจากกิจกรรมที่หน่วยจัดขึ้น เพื่อผลสัมฤทธิ์สูงสุดคือ กำลังพลสามารถนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้กับแนวทางการดำเนินชีวิต และสามารถดำรงอยู่ได้ในสภาวการณ์เศรษฐกิจในโลกปัจจุบัน และความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ อย่างมั่นคงและยั่งยืน

          จากแนวคิด "พอดี พอควร ก็พอเพียง"  มณฑลทหารบกที่ ๓๒ ส่งเสริมให้กำลังพลพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองด้วยความพอเพียง ด้วยการจัดโครงการเดินตามรอยเท้าพ่อ โดยเน้นให้กำลังพลได้ปฏิบัติจริง เพื่อสร้างตระหนักรู้ใน ๒ ส่วนคือ การลดค่าใช้จ่าย และ การเพิ่มรายได้ ให้กับครอบครัว ด้วยการจัดทำแปลงเกษตรสาธิตให้เป็นแหล่งศึกษาข้อมูลในการทำเกษตรอินทรีย์แก่กำลังพล, ครอบครัวกำลังพล และประชาชนทั่วไป โดยวางแผนใช้พื้นที่ว่างเปล่าในค่ายทหารให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งในเขตอาคารสำนักงานและบ้านพักของกำลังพล

การดำเนินการในระยะเริ่มต้น



วิทยากร จากสำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตร
และสหกรณ์การเกษตร


"ลุงอ้วน"  นายสมโภช   ปานถม
เกษตรกรดีเด่น  ปราชญ์เกษตรอินทรีย์
เชี่ยวชาญการทำเกษตรผสมผสาน




ในระยะเริ่มต้นของโครงการ 

หน่วยได้ดำเนินการ จัดกิจกรรม เสนาสนเทศ "ลดภารหนี้สิน เพิ่มพูนรายได้ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง" เพื่อสร้างการรับรู้ ในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับกำลังพล  เพื่อมุ่งหวังให้กำลังพลและครอบครัว มีความกระตือรือล้น ในการช่วยเหลือตนเองให้พ้นจากวิกฤษความยากจน ภายใต้คำขวัญ "ขยันอย่างฉลาด ปราศจากอบายมุข" และ "อย่าหมิ่นเงินน้อย  อย่าคอยวาสนา" แนะแนววิธีการลดรายจ่ายและสร้างรายได้ให้กับครอบครัว 

  • - ดำเนินการสำรวจปัญหาภาระหนี้สินของกำลัีงพลและครอบครัว 
  • - แนะแนววิธีการทำบัญชีครัวเรือน  "รู้รับ รู้จ่าย ตัดความฟุ่มเฟือย"  การจดบันทึกรวมไปถึงข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับเงื่อนไขปัจจัยในการดำรงชีวิตของตนเองและครอบครัว ข้อมูลที่ได้จากการบันทึกจะเป็นตัวชี้วัดสถานะการณ์ความเป็นอยู่ของตนเองทั้งในอดีต ปัจจุบันและอนาคต ซึ่งถ้าไม่มีการจดบันทึกก็จะไม่ทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อีกทั้งยังช่วยในการวางแผนการใช้จ่ายเงินในอนาคตได้อย่างสมเหตุสมผล ทำให้เกิดการออม ไม่ฟุ่มเฟือย โดยได้เชิญวิทยากร จากสำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร  มาให้ความรู้เรื่องการจัดทำบัญชีครัวเรือน 
  • - จัดการแนะแนวอาชีพเสริมช่องทางสร้างรายได้ โดยเชิญ  เกษตรกรดีเด่น ปราชญ์ชาวบ้านผู้ประสบความสำเร็จทางด้านการเกษตร อีก ๒ ท่าน ได้แก่  "ลุงอ้วน" นายสมโภช  ปานถม   เกษตรกรดีเด่น  ปราชญ์ชาวบ้าน เชียวชาญการทำเกษตรอินทรี เกษตรแบบผสมผสาน มาบรรยายให้ความรู้และประสบการณ์ในการดำเนินชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ให้แก่กำลังพลได้รับฟัง เพื่อเป็นทางเลือกในการประกอบอาชีพเสริมสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัว





พิธีเปิดโครงการเดินตามรอยเท้าพ่อ
วันพุธที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๗ พลตรี วิจักขฐ์ สิริบรรสพ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ ๓๒  เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเดินตามรอยเท้าพ่อ และโครงการสวนเกษตรตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง มีวัตถุประสงค์เพื่อ ให้มีการใช้พื้นที่ว่างของหน่วยให้เกิดประโยชน์สูงสุด และ เป็นแปลงเกษตรสาธิต ทดลองปลูกช่วยเสริมสร้างความรู้ทางด้านการเกษตรให้แก่กำลังพล และประชาชนทั่วไปที่สนใจ

มณฑลทหารบกที่ ๓๒ แบ่งการดำเนินการออกเป็นสองส่วน ได้แก่

  • ศูนย์การเรียนรู้และบ้านพักกำลังพล  หน่วยมอบหมายให้หน่วยขึ้นตรง กองบัญชาการ จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อเป็นตัวอย่างให้กับกำลังพลที่สังกัดอยู่ในหน่วยนั้นๆ รวมถึงครอบครัวกำลังพล และประชาชนทั่วไป โดยวางแผนใช้พื้นที่ว่างเปล่าในค่ายทหารให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งในเขตอาคารสำนักงานและบ้านพักของกำลังพล มีการจัดทำแปลงเกษตรสาธิตเพื่อเป็นการสร้างแนวคิดในการทำอาชีพเสริม เช่น การปลูกมะนาวนอกฤดูในบ่อปูน พืชเพื่อสุขภาพ เช่น แก้วมังกร, มะรุมอินเดีย และพืชเศรษฐกิจ เช่น เห็ดนางฟ้า, กุ๋ยช่ายขาวซึ่งเป็นพืชที่มีความต้องการในตลาดและราคาสูง อีกทั้งเป็นแหล่งเพาะกล้าพันธ์ผักเพื่อแจกจ่ายให้กำลังพลไปปลูกที่บ้านพักเรือนแถวของกำลังพลอีกด้วย


ศูนย์การเรียนรู้ หน่วยรับผิดชอบในการดำเนินการแปลงเกษตรสาธิต ได้แก่

  • กองร้อยมณฑลทหารบกที่ ๓๒
  • โรงนอนทหารกองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ ๓๒
  • กองเรือนจำมณฑลทหารบกที่ ๓๒
  • กองร้อยทหารสารวัตรมณฑลทหารบกที่ ๓๒
  • สำนักงานขนส่งมณฑลทหารบกที่ ๓๒
  • ศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหารมณฑลทหารบกที่ ๓๒
  • โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี
พันธุ์พืชเกษตรที่ปลูกได้แก่
  • มะนาวพันธุ์แป้นทวาย
  • มะกรูด
  • มะรุมอินเดีย







        ภายใน ศูนย์การเรียนรู้ มีการเพาะเลี้ยงไส้เดือนเพื่อกำจัดเศษวัตถุดิบจากโรงประกอบเลี้ยงของกองร้อย โดยผลผลิตจะได้ทั้งปุ๋ยดิน และ ปุ๋ยน้ำ ซึ่งหน่วยได้นำมาใช้ประโยชน์ในการบำรุงแปลงผัก, ต้นไม้และจำหน่ายเป็นรายได้เพิ่มเติม 



           มีการทดลองเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจอีกหลายชนิด เช่น ปลานิลจิตรลดา ๓ ปลาหมอไทยพันธ์ชุมพร ๑ โดยเชิญวิทยากรจากศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดลำปางมาถ่ายทอดวิธีการและเกร็ดความรู้ในการเลี้ยง พร้อมทั้งแจกจ่ายลูกพันธุ์ปลาทั้งสองชนิด ให้กำลังพลนำไปเพาะเลี้ยงในกระชังที่หน่วยได้จัดเตรียมไว้ให้ ทั้งยังมีการปรับปรุงสภาพแหล่งน้ำที่ใช้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้ดีอยู่เสมอ โดยการใช้เครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย หรือที่เรารู้จักกันดีในนาม “กังหันน้ำชัยพัฒนา” ซึ่งเป็นสิ่งประดิษฐ์จากพระวิริยะอันสูงส่งรวมทั้งพระอัจฉริยภาพและพระวิสัยทัศน์ที่ดีทรงงานหนักเพื่อประชาชนของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ทั้งนี้เพื่อเป็นการเถิดพระเกียรติและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปทราบถึงพระมหากรุณาธิคุณในด้านการพัฒนาแหล่งน้ำในอีกทางหนึ่งด้วย

มีการจัดตั้งกลุ่มอาชีพผู้เลี้ยงเป็ด ทั้งเป็ดพันธุ์เนื้ออย่างเป็ดเทศ และเป็ดพันธุ์ไข่ โดยเฉลี่ยสามารถเก็บไข่เป็ดได้ในแต่ละกลุ่มประมาณ ๒๐ - ๒๕  ฟองต่อวัน  จำหน่ายในราคาฟองละ  ๓ - ๔ บาท ตามขนาดของเบอร์ที่คัด หน่วยได้จัดหาไก่สายพันธ์พื้นเมืองและสายพันธ์ที่เป็นที่ต้องการในตลาด เช่น ไก่ประดู่หางดำและไก่กระดูกดำซึ่งมีมูลค่าสูง  โดยไก่ประดู่หางดำจะจำหน่ายเป็นพ่อพันธ์และแม่พันธ์คู่ละ ๓๐๐ บาท และจำหน่ายเป็นเนื้อกิโลกรัมละ ๙๐ บาท สำหรับไก่กระดูกดำจำหน่ายเป็นพ่อพันธ์และแม่พันธ์โดยจำหน่ายเป็นชุด ชุดละ  ๑,๐๐๐ บาท (ตัวผู้ ๑ ตัว และตัวเมีย ๒ ตัว) โดยไก่ที่จำหน่ายเป็นพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์อายุจะอยู่ห้วงระหว่าง ๑ เดือน – ๒ เดือน / ทั้งยังทดลองฟักไข่เป็ดและไข่ไก่โดยในตู้อบ เพื่อเพาะจำหน่ายลูกพันธุ์เป็ดและไก่ โดยในปัจจุบันแผนกยุทธโยธา และหมวดดุริยางค์ มณฑลทหารบกที่ ๓๒ ประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ลูกเป็ดและไก่ โดยใช้ตู้อบออกจำหน่ายสู่ท้องตลาดได้แล้ว นอกจากนั้นยังมีการต่อยอดด้วยการเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์โดยหมวดดุริยางค์ มณฑลทหารบกที่ ๓๒ ผลิตไข่เค็มออกจำหน่ายจากไข่เป็ดที่หน่วยได้เพาะเลี้ยงไว้


ในส่วนที่สอง บ้านพักกำลังพล มณฑลทหารบกที่ ๓๒  ได้ส่งต่อแนวความคิดเศรษฐกิจพอเพียงลงสู่บ้านพักเรือนแถวของกำลังพล ด้วยการส่งเสริมให้กำลังพลปลูกผักสวนครัวด้วยแนวทางเกษตรอินทรีย์ ในกิจกรรม ปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย”  โดยส่งเสริมให้กำลังพลปลูกพืชโดยใช้แนวคิดว่า ปลูกทุกอย่างที่จะกิน และกินทุกอย่างที่ปลูก ซึ่งจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้อย่างแท้จริง อีกทั้งเป็นการใช้เวลาว่างและพื้นที่ว่างบริเวณบ้านพักให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยให้กำลังพลใช้ความสร้างสรรค์ในการเพาะปลูกจากวัสดุทางเลือก และการปลูกพืชในพื้นที่จำกัด หน่วยได้การแจกจ่ายกล้าพันธุ์ผัก และเมล็ดพันธุ์พืชผักคัดคุณภาพพิเศษจาก ร้านจันกะผัก ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จังวัดเชียงราย และบริษัทชั้นนำในประเทศไทย  อาทิเช่น กะเพราแดงและขาว, กระเจี๊ยบเขียว, ถั่วพู, ดอกแค, มะเขือเทศ, ชะอม, ดีปลี, มะระขี้นก, พริกไทย, บวบ, ยอดฟักทอง, มะระจีน, ถั่วลันเต้า, มะเขือยาวและมะเขือเปราะ

 นอกจากนั้นยังส่งเสริมกำลังพลศึกษาหาความรู้ในการเพาะเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจในพื้นที่อีกชนิดหนึ่ง นั้นคือ กบนา โดยเชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้เพื่อภูมิภาค  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  มาอบรมวิธีการผสมพันธุ์และเพาะเลี้ยง  ให้แก่กำลังพลที่สนใจทดลองเลี้ยงเป็นอาหารโปรตีนในครัวเรือน และเป็นอาชีพเสริม ซึ่งปัจจุบันกำลังพลของหมวดดุริยางค์มณฑลทหารบกที่ 32 สามารถเพาะพันธุ์ลูกกบนาเพื่อจำหน่ายได้แล้ว รวมถึงยังมีความคิดริเริ่มในการเพาะพืชอาหารสุขภาพอย่างต้นทานตะวันอ่อนออกจำหน่ายเพิ่มรายได้อีกชนิดหนึ่ง



ในส่วนของการเพิ่มรายได้ให้กับกำลังพลนั้น หน่วยจัดให้มีพื้นที่ตลาดจำหน่ายพืชผักปลอดสารพิษ “กาดม๋วนใจ๋” เพื่อเป็นช่องทางให้กำลังพลนำพืชผลทางการเกษตรที่ได้จากโครงการเดินทางรอยเท้าพ่อส่วนที่เกินจากการรับประทานในครัวเรือน และผลผลิตจากแปลงเกษตรสาธิต มาแบ่งปันจำหน่ายให้แก่บุคคลทั่วไปและกำลังพลด้วยกันเอง ทั้งยังได้รับความสนใจจากประชาชนจากชุมชนรอบค่าย, ห้างร้านในพื้นที่จังหวัดลำปาง และ พาณิชย์จังหวัดลำปาง นำสินค้าอุปโภคบริโภค, สินค้าธงฟ้าร่วมจำหน่ายในพื้นที่ตลาดอีกด้วย โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ วันที่ 30 พฤษภาคม 2558 เป็นต้นมา ซึ่งเดิมจะอนุญาตให้จำหน่ายเป็นประจำทุกสัปดาห์ ในวันพฤหัสบดี เวลา 1530 เป็นต้นไป แต่ในปัจจุบันมีการพัฒนาจากตลาดชั่วคราว เป็นอาคารกิ่งถาวร และอนุญาตให้กำลังพลใช้เป็นพื้นที่จำหน่ายสินค้าทุกวันในเวลาเช้าและหลังเวลาเลิกงาน



เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องพื้นที่และแหล่งน้ำ มณฑลทหารบกที่ ๓๒ จึงจำเป็นต้องมองหาพื้นที่ทางการเกษตรใหม่ โดยทำการปรับปรุงพื้นที่บริเวณโครงการปรับปรุงแหล่งน้ำโรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี หรือ โครงการแก้มลิง ให้เป็นแหล่งกสิกรรมแบบครบวงจรซึ่งจะประกอบด้วยการเกษตรและการปศุสัตว์ และมุ่งที่จะพัฒนาจนเป็นเกษตรอินทรีย์ และกำหนดแนวคิดในการปฏิบัติไว้ ดังนี้

  • น้อมนำศาสตร์พระราชา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และหลักทฤษฏีใหม่ มาปรับใช้กับพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม เกิดผลสัมฤทธิ์
  • ยกระดับการดำเนินงานโครงการเดินตามรอยเท้าพ่อที่ดำเนินการอยู่ ให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น โดยเสริมการดำเนินการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ ผสมผสาน ให้ประโยชน์เกื้อกูล กันไปในคราวเดียว
  • แนวคิดของเกษตรอินทรีย์ การทำการเกษตรผสมผสานแบบง่ายๆ ต้องได้รับการถ่ายทอดไปสู่ประชาชนทั่วไป โดยอาศัยลูกหลานของพี่น้องประชาชนที่เข้ามารับราชการเป็นทหารกองประจำการที่จะได้รับการอบรมและปฏิบัติจริงในศูนย์สาธิตเกษตรผสมผสาน ตามโครงการอบรมทหารพันธ์ดี
  •  ทดลองทำจริง ให้ได้ผลจริง เพื่อให้กำลังพล และประชาชนทั่วไปได้ศึกษาดูงาน แล้วนำไปปรับใช้ได้จริงในท้องถิ่นตนเอง
  • ผลิตภัณฑ์ที่ต้องจากศูนย์สาธิต แห่งนี้ต้องมีการใช้ประโยชน์จริง เช่น สมุนไพรจะนำให้ไปใช้ในกิจการนวดแผนไทยของ โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี และผักอินทรีย์จะจำหน่ายให้กับกำลังพล และเข้าโรงประกอบเลี้ยงภายในค่ายฯ

การดำเนินการจะเป็นการบูรณาการความรวมมือของหน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดลำปาง โดยแบ่งมอบความรับผิดชอบให้หน่วยและหน่วย ดังนี้

  • มทบ.๓๒     รับผิดชอบ ตั้งศูนย์การเรียนรู้ ฝึกอบรมทหารพันธุ์ดี
  •   รพ.ค่ายสุรศักดิ์มนตรี รับผิดชอบ ปลูกพืชสมุนไพร และไม้ดอกไม้ประดับ
  • ศฝ.นศท.มทบ.32 รับผิดชอบ ปลูกผักอินทรีย์
  • ร.17 พัน 2 รับผิดชอบ เลี้ยงปลา, ไก่, เป็ด และพืชอาหารสัตว์
  • ร้อย ฝรพ.3 รับผิดชอบ เลี้ยงหมู และพืชอาหารสัตว์
  •  ช.พัน.4 ร้อย 4 รับผิดชอบ รับผิดชอบ

มณฑลทหารบกที่ 32 ขอตั้งปณิธานว่า จะเดินตามรอยทางที่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสร้างไว้ จะมุ่งมั่นใช้แนวทางแห่งความพอเพียง ดูแลสวัสดิการกำลังพลชั้นผู้น้อย เพื่อเสริมสร้างความรู้ สติ และปัญญา ในการดำรงชีวิต